วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556

การเกิดอุบัติเหตุจากการนั่งรถกลับกรุงเทพฯ


การเกิดอุบัติเหตุจากการนั่งรถกลับกรุงเทพฯ
            เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา  ดิฉันได้เจอเหตุการณ์ด้วยตนเอง ดิฉันชื่อ อุ่น เพื่อนชอบเรียกชื่อนี้มาก ดิฉันมีภูมิลำเนาที่จังหวัดสกลนคร เริ่มในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.  2556  ในวันนั้นดิฉันเองก็ไม่สบายไปหาหมอในช่วงเช้าแล้วพอกลับมาก็ไปซื้อตั๋วรถทัวร์ของบริษัทเชิดชัยทัวร์ที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน  พอถึงตอนเย็นดิฉันเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จหลังจากนั้นดิฉันก็ไปกราบลา ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา และแม่  ก่อนจะกลับมาที่กรุงเทพฯ เพราะการกราบลาเป็นมารยาทของชาวไทยมาตั้งแต่อดีตแล้วซึ่งก็คือ การไปลามาไหว้ผู้ใหญ่  ดิฉันให้พ่อมาส่งที่รถทัวร์ก่อนจะออกมาจากบ้านดิฉันก็กราบไหว้ศาลเจ้าปู่ประจำหมู่บ้านเพื่อช่วยปกปักษ์รักษาคุ้มครองในการเดินทาง  พอพ่อมาส่งถึงรถก็ได้ลาพ่อตรงนั้นแล้วดิฉันก็นั่งรอรถใกล้เวลารถจะออกคือเวลา 19.30 น. ตอนที่นั่งรอก็เห็นญาติผู้ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับดิฉันมากับแฟนได้พูดคุยกันแล้วก็ขึ้นรถพร้อมกัน
ดิฉันก็นั่งรถมาเรื่อย ๆ พอประมาณเที่ยงคืนก็ถึงจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นทางผ่านกลับบ้านเมื่อใกล้จะถึงกรุงเทพฯ ตรงที่เกิดเหตุอยู่ตรงทางเข้ากรุงเทพฯนี่เองก็เวลาประมาณ 05.00 น.  ก่อนจะถึงวังน้อยน่าจะอยู่เขตอยุธยาและในช่วงนั้นดิฉันนอนแต่ก็นอนไม่สนิทมากนัก  คนขับรถมีคนเดียวแฟนเขาลงที่สระบุรีแล้วคนขับก็นั่งมาคนเดียว  ในช่วงที่ดิฉันกำลังหลับก็รู้สึกเหมือนรถส่ายไปมาแรงมากจนผิดปกติพอลืมตาขึ้นมารถก็พลิกคว่ำลงคลองไปแล้ว  ตอนนั้นคนขับก็น่าจะขับแรงถึงได้รถส่ายขนาดนั้นแต่ก็ไม่แรงมาก  ดิฉันซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้ารถคนแรกดิฉันก็กระเด็นไปอยู่กับคนขับแล้วไม่รู้ตอนไหน  ไม่รู้ว่าศีรษะ สะโพก หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายช้ำบ้าง ไม่รู้ว่าโดนส่วนใดของรถบ้างตอนนั้นยังตั้งตัวไม่ได้ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากพอรู้ตัวอีกทีก็ไปอยู่กับคนขับแล้ว ดิฉันตกใจมากพอเห็นทางออกข้างหน้ารถกระจกข้างหน้ารถแตก  ดิฉันเห็นช่องทางออกก็รีบออกมา  พอตอนที่เดินออกก็มาเหยียบเศษแก้วอีก (ซวยจริงๆ) เท้าก็มีแผลเลือดออกเล็กน้อย  ตอนนั้นก็นั่งอยู่ข้างนอกแล้วรู้สึกเหมือนปวดตามตัว ตรงศีรษะ สะโพก แต่ไม่ได้ปวดมากนักเพราะกำลังทั้งตกใจทั้งกลัวด้วย คนขับก็คลานตามออกมาเขาก็ตกใจเหมือนกันและเขาถามว่าเป็นอะไรมากรึเปล่าเขาพูดต่อว่า “เขาหลับชั่ววินาทีเดียวเองหรืเขาเผลอหลับไป”  ดิฉันคิดว่าทำไมขับรถประมาทอย่างนี้ทำให้คนอื่นอยู่ในอันตรายได้หรืออาจตายได้ด้วย  และนึกถึงพี่ชายที่มาด้วยกันก็เป็นห่วงมากตอนที่กำลังตกใจก็คิดถึงพี่สาวก็โทรหาพี่สาวว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น พอพี่สาวรู้ข่าวก็รีบเก็บเสื้อผ้าเพื่อที่จะมาหาดิฉันที่หอพักในตอนเช้า  พอผู้โดยสารที่มาด้วยกันออกมาหมดแล้วไม่มีใครเป็นอะไรมากปลอดภัยทุกคน และคนทาง บริษัทเขาก็หารถให้แล้วขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ เมื่อถึงรังสิตก็นั่งรถแท็กซี่มาที่หอพอถึงห้องและผ่านไป 1-2ชั่วโมงรู้สึกปวดตามตัวมาก ศีรษะบวมช้ำตรงหน้าผาก  สะโพกช้ำ  เข่าช้ำ ไหล่ช้ำจับไม่ได้เจ็บมาก  เมื่อพี่สาวมาถึงในตอนเช้าพี่ก็พาไปโรงพยาบาลไปได้แค่ยาแก้ปวด  ยาคลายกล้ามเนื้อแค่นั้นแล้วก็กลับมาที่ห้อง นอนพักผ่อนที่ห้องพี่เอาน้ำแข็งมาห่อใส่ผ้าแล้ววางไว้บนรอยช้ำหรือเอามาประคบเพื่อที่จะทำให้รอยช้ำจางค่อย ๆ หายไป  แต่พอถึงวันอาทิตย์ ในตอนเช้าก็ปวดตรงที่เอวมาก ๆ ไปโรงพยาบาลแล้วหมอบอกว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนต้องกินยาและนอนพักผ่อน และหมอก็บอกอีกว่าห้ามทำอะไรทั้งสิ้นยกของหนักก็ยิ่งห้ามให้นอนอย่างเดียว  และวันนั้นได้ฉีดยามาหนึ่งเข็ม ให้ยาแก้ปวดเหมือนเดิม  พอถึงตอนเย็นพี่ก็กลับสมุทรปราการ  จนถึงตอนเช้าวันจันทร์ไปเรียนไม่ได้ยังปวดเอวอยู่เลยกลัวนั่งนานไม่ได้จึงขาดเรียน   แต่วันหลังก็ไปเรียนตามปกติ พอผ่านไป  2 สัปดาห์รอยช้ำก็จางหายไปเกือบจะหายดีแล้วดีขึ้นมากแล้วคะ  ดิฉันคิดว่าทำไมต้องเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ช่วงเริ่ม พ.ศ.ใหม่เรื่องอะไรดี ๆ จะได้เข้ามาในชีวิตแต่มันไม่ใช่ดิฉันก็คิดว่ามีเรื่องร้าย ๆ แล้ว ต่อไปก็น่าจะมีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง
            ดิฉันอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้  ไม่เลือกสถานที่  ไม่เลือกเวลา  ไม่รู้ว่าจะเกิดกับใคร  ตอนไหน เพราะเป็นสิ่งที่เรากำหนดไม่ได้  ดังนั้นควรดำเนินชีวิตอย่างมีสติ อย่าประมาท ไม่เบียดเบียนใคร อยู่อย่างพอเพียงพอใจในสิ่งที่ตนมี (ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) สู้กับทุกสถานการณ์ท้อได้แต่อย่าถอยเก็บความผิดพลาดไว้เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต

พรุ่งนี้อาจไม่มีอยู่จริง


พรุ่งนี้อาจไม่มีอยู่จริง
            วันเวลามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไม่มีแม้แต่จะรอคอยใคร   เพราะเวลาจะหมุนไปเรื่อย ๆ ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาได้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องที่ไม่ดีก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้  จงใช้เวลาในปัจจุบันของเราอย่างคุ้มค่าใช้ให้มีประโยชน์อย่าปล่อยเวลาให้เสียไป เวลาที่เสียไปอาจทำให้เราเสียใจไปตลอดชีวิตแก้ไขอะไรไม่ได้อีกเลย 
เรื่องของเวลา  เวลาในตอนนี้คิดจะทำอะไรจงรีบทำอย่าปล่อยให้เวลาในวันนี้เสียไป  เรื่องการบอกรักพ่อแม่บอกกับท่านทุก ๆ หรือบางคนไม่เคยบอกเลยจงรีบทำบอกรักท่าน ดูแลท่าน ทำดีเพื่อท่าน ทำเพื่อคนที่เรารักให้มีความสุขเพราะว่าพรุ่งนี้อาจไม่มีอยู่จริงเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราไม่อาจรู้เวลาล่วงหน้าว่าอีก 1 ชั่วโมง หรือ นาทีต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำให้คนที่คุณรักให้มีความสุขเพียงเท่านี้ชีวิตคนเราก็มีความสุขแล้ว